Author: avengerX8

รถบัสลายพราง มูรินโญ่ ออกทำการเมื่อคืนนี้

รถบัสลายพราง มูรินโญ่ ออกทำการเมื่อคืนนี้

เกมที่สเปอร์ส ชนะเมื่อคืนนี้ ใครที่ดูสด คงจะบอกได้เพียงแค่อย่างเดียวว่า พี่เค้าเอาอีกแล้ว นั่นก็คือ มูรินโญ่สไตล์ คราวนี้มันแผลงฤทธิ์อีกครั้งหนึ่ง เหมือนเมื่อครั้งที่เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปได้ด้วยสกอร์เดียวกัน 0-2 หลายคนอาจจะเหน็บแนมว่า มูรินโญ่สไตล์มันคือ park the bus หรือ จอดรถบัสเอาไว้ป้องกัน แต่เราจะบอกว่า รถบัสลายพรางมูรินโญ่คันนี้ได้ออกทำการอีกแล้ว มีอะไรบ้าง

ชนะแบบไม่ครองบอล

ฟุตบอลหากเราคิดจะชนะต้องครองบอล เพื่อเข้าไปทำประตูให้ได้ มันคงเป็นเรื่องแปลกที่เราจะบอกว่า ชนะได้แบบไม่ครองบอล แต่มูรินโญ่ ทำให้เราเห็นแล้วเมื่อคืนนี้ สถิติหลังเกมบอกว่าสเปอร์สครองบอลเพียงแค่ 30% เท่านั้น ถือว่าน้อยมากต่อเกม แต่พวกเค้ากลับเอาชนะได้ 2-0 นี่แหละพวกเค้าล่ะ อีกอย่างพวกเค้ามาเล่นเกมรับแบบปล่อยให้อีกฝ่ายครองบอลแล้วทำอะไรไม่ได้เลยเพียงแค่ยิงไกลเท่านั้นเอง ทำแบบนี้พอเวลามันผ่านไปสักนาทีที่ 70 นักเตะจะเริ่มใจแป้วส่งบอลไปมาขาดความเฉียบคมลงเรื่อยๆจนเป็นฝ่ายแพ้ในที่สุด

เกมสวนกลับ

หลายคนดูสเปอร์สเล่นคงเห็นแล้วว่า อาวุธหนักของพวกเค้าในเวลานี้ก็คือ การเล่นเกมสวนกลับ ที่คม เร็ว ไม่ต้องใช้เวลาจังหวะมากนัก เล่นเพียงแค่ไม่เกิน 2 นาที พาบอลไปพื้นที่สุดท้ายแล้วยิงเลย (ได้ประตูหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง) แต่ปรากฏว่าการสวนกลับของพวกเค้า 3 ครั้งในครึ่งแรก เป็นประตูถึง 2 ครั้ง มันคงบ่งบอกถึงคุณภาพการเล่นได้ว่าอยู่ในความยอดเยี่ยมแค่ไหน การสวนกลับคมแบบนี้ทำให้อีกฝ่ายเกิดอาการหงอ ไม่กล้าขึ้นสูง เพราะกลัวจะโดนสวนอีก กลายเป็นอีกหนึ่งอาวุธทางจิตวิทยาที่ข่มเกมรุกของอีกฝ่ายไปในตัวด้วย

ขึ้นนำก่อนแล้วปิดเกม

ปัจจัยของเกมจะไม่เกิดขึ้นเลย หากพวกเค้าไม่สามารถขึ้นนำก่อนได้ในเกมพอสเปอร์สขึ้นนำก่อนนี่บอกเลยว่าจบเกม เราก็รู้ว่า มูรินโญ่ สามารถคอนโทรลเพื่อปิดเกมได้ดีแค่ไหน นั่นแหละเค้าล่ะ

เรือใบเวอร์ชั่น หลังแน่น

เรือใบเวอร์ชั่น หลังแน่น

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วงนี้ต้องบอกว่าใครเป็นสายลงทุน ทีมนี้เป็นอะไรที่อาจจะต้องห่างกันสักพักเลย เพราะว่าตอนนี้สไตล์ของเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากเดิมที่เป็นเรือรบยิงสลุตด้วยปืนกล ปืนใหญ่ ที่ติดตั้งไว้รอบเรือ มาคราวนี้กลายเป็นเรือใบที่เน้นเกมรับ มีโล่ มีอะไรบังอย่างดี เป็นเรือใบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เวอร์ชั่นหลังแน่นแบบที่ไม่ค่อยคุ้นตากันเท่าไรนัก

ความลงตัวของ ดิอาส+สโตน
เป๊ป ในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา เค้าใช้เวลาหาคู่เซนเตอร์แบ็คที่ลงตัวเพื่อแก้ปัญหาที่พลาดไปในซีซั่นก่อน การเซ็น ดิอาส กับ อาเก้ เข้ามาเป็นตัวเลือกถือว่าทำได้ดี แต่กว่าจะหาคู่เซนเตอร์แบ็คที่ลงตัว กลับกลายเป็น ดิอาส มาจับคู่กับ จอห์น สโตน ที่เล่นได้แข็งแกร่งทั้งคู่เลย ยอมรับว่าตอนแรกคิดว่า ดิอาสจะคู่กับ ลาปอร์ต มากกว่า แต่ว่าคู่นี้ชั่วโมงนี้ถือว่าลงตัวเลย การเล่นลูกกลางอากาศก็เด่น การขึ้นเกมจากแดนหลัง จ่ายบอลเท้าสู่เท้า หรือ วางยาวข้ามกองกลางไปให้กองหน้า ก็แม่นพอใช้เหมือนกัน พอคู่นี้แข็งใครจะมาบุกก็ยาก

ครองบอล ครองเกม
มาว่ากันเรื่องแท็คติคกันบ้าง ซีซั่นนี้ เป๊ป ยังเลือกที่จะให้ทีมบุกเหมือนเดิม แต่ว่ากองหน้ามันสากมากก็เลยทำให้การยิงไม่ค่อยมีประตูเท่าไร แต่ว่าการเน้นเกมบุกอย่างเดียว ทำให้พวกเค้าเลือกจะครองบอลเอาไว้ตลอด พอครองบอลก็ครองเกมไว้เบ็ดเสร็จ ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายบุกได้เลย พออีกฝ่ายบุกไม่ได้ ก็แทบจะไม่มีโอกาสยิง หรือ จะยิงก็ต้องยิงมาจากไกลมากซึ่งคงเป็นเรื่องยากที่จะยิงเข้าแบบลูกผีจับยัด

สถิติคลีนชีต
สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันถึงการเน้นเกมรับอย่างมีประสิทธิภาพของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเวลานี้ก็คือ การเก็บคลีนชีตที่ทำไปแล้ว 16 เกม (รวมทุกรายการ) นั่นทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วงนี้น่ากลัวมาก ลองนึกภาพว่าตอนนี้เค้าจัดการเกมรับที่เป็นปัญหาของเดิมได้แล้ว ส่วนเกมรุก หากแก้ไขให้กลับมาอยู่ในจุดใกล้เคียงกับซีซั่นที่แล้วได้ นี่แหละทีมแย่งแชมป์ต

เมสซี่ กับ คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิต

เมสซี่

หากนับตอนที่เขียนบทความนี้อยู่ เชื่อว่าวันพรุ่งนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งวันที่นักข่าวน่าจะวิ่งกันฝุ่นตลบน่าดูเพราะว่าน่าจะเป็นวันแรกที่เมสซี่ ออกมาสยบความลือเรื่องย้ายไปเรียบร้อย น่าจะเข้าประจำการรายงานตัวเพื่อซ้อมและเล่นฟุตบอลต่อไป หวังว่าคงจะไม่มีใครดอดไปสัมภาษณ์อะไรอีกนะ อย่างไรก็ตามซีซั่นนี้ เมสซี่ เค้าจะได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิตของเค้าเองนั่นก็คือ ตัวเค้าเองนั่นแหละ เพราะอะไร
เล่นแบบใจไม่อยากเล่น
นักเตะระดับสูงอย่างนี้ สภาพร่างกายถือว่าสำคัญอย่างมาก แต่เรื่องภายในจิตใจของเค้าก็สำคัญไม่แพ้กัน หากเป็นซีซั่นก่อนๆ เมสซี่ คงลงเล่นในสีเสื้อ บาร์ซา แบบเต็มที่ เต็มใจ เต็มตัวแน่นอน แต่ซีซั่นนี้ เค้าจะลงเล่นแบบครึ่งๆกลางๆ ลงเล่นแบบจิตใจไม่เต็มร้อย ทีนี้การต่อสู้กับตัวเองเรื่องจิตใจที่ไม่เต็มร้อย เค้าจะรีดเค้นศักยภาพได้ดีแค่ไหน (ลองนึกภาพว่า เค้าต้องลงเล่นด้วยสถานการณ์บังคับ มันจะทำออกมาเป็นอย่างไร)
ความกดดันอันมหาศาล
ท่ามกลางความยินดีของแฟนบอลชาวคาตาลันที่เมสซี่ยังอยู่กับทีมต่อไป แต่อีกด้านหนึ่งพวกเค้าก็ยังมีความคาดหวังกับเมสซี่อยู่เหมือนเดิม ทีนี้ความคาดหวังเหล่านั้นมันก็คงจะไหลทับบ่าเมสซี่อีกเหมือนเดิม แถมยังมากกว่าเดิมอีกด้วย เชื่อว่แฟนบอลคงคาดหวังมากกว่าเดิมเพราะว่ามันจะเป็นซีซั่นสุดท้ายของเมสซี่ด้วย ยิ่งคาดหวังว่าจะทำให้ซีซั่นนี้เค้าต้องรีดเร้นศักยภาพออกมาให้ดีที่สุด เมสซี่จะต้องต่อสู้กับความคาดหวังเหล่านี้ด้วยตัวเอง มันจึงเป็นเรื่องที่ยากมากทีเดียว
เมสซี่กับอาการบาดเจ็บ
สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง เชื่อว่าเราทุกคนคงรู้ดี แม้จะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก จนเหมือนมนุษย์ต่างดาวอย่างเมสซี่ก็ต้องมีวันร่วงโรยรา ซีซั่นนี้เจ้าตัวอายุย่างเข้า 34 ปี ต้องยอมรับว่าความปราดเปรียวของเค้าไม่เหมือนเดิม นี่ถ้ามีอาการบาดเจ็บเข้ามาอีก ก็อาจจะทำให้เมสซี่จะต้องต่อสู้กับสังขารของตัวเองให้รอด ก่อนจะไปสู้กับคนอื่น ต้องมาดูว่าจะเป็นยังไง

ย้อนดูเกมชิงอันดับที่ 2 ศึกบุนเดสลีก้า เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ย้อนดูเกมชิงอันดับที่ 2 ศึกบุนเดสลีก้า

เกมบุนเดสลีก้า คู่เอกของสัปดาห์นี้ต้องยกให้กับการมาเจอกันแบบถูกที่ ถูกเวลา และเดิมพันสูงมากของอันดับที่ 2 และ 3 ของตารางอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ อาร์เบ ไลป์ซิก เกมนี้เป็นศึกชิงอันดับที่ 2 ของลีคซีซั่นนี้ไปโดยปริยาย รูปเกมถือว่าสนุกสมกับเป็นอันดับที่ 2-3 มาเจอกัน มีอะไรเกิดขึ้นในเกมนี้บ้าง เราขอสรุปให้ฟัง

ติโม แวร์เนอร์ จบไม่สวย

เกมนี้มีเหตุการณ์สำคัญอย่างแรกเลยเป็นทางไลป์ซิก ที่จัดงานอำลา ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงตัวเก่งของทีมที่เล่นในบ้านเป็นเกมสุดท้าย และเล่นเป็นเกมสุดท้ายให้กับทีมด้วยก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับเชลซีในฤดูกาลหน้า แต่บทส่งท้ายของแวร์เนอร์ในเกมนี้ไม่ค่อยดีเท่าไร เล่นเหมือนเกร็ง และกลัวเจ็บ บวกกับเล่นแบบตั้งใจมากเกินไปจนกดดันตัวเองสุดท้ายต้องโดนเปลี่ยนตัวออกก่อน ยิงส่งท้ายให้กับทีมไม่ได้

ดอร์ทมุนด์ ฟอร์มโหดมาแล้ว

หลังจากแพ้ในเกมกลางสัปดาห์ไป 2-0 เสียทรงกันไปพอสมควร เกมนี้เหมือนดอร์ทมุนด์โดนเซ็ตกันมาใหม่ พวกเค้ากลับมาในร่างโหดเหมือนเดิม การเล่นเกมบุกแบบเจาะทะลุช่องมาให้เห็นตลอด บุกเป็นระลอกเลย ก่อนจะมาประสบความสำเร็จจากไม้เด็ดของทีมนั่นคือเกมสวนกลับที่สุดท้ายกลายเป็น ฮาลันด์ มาปิดบัญชียิงจ่อๆเข้าประตูไปไม่พลาดในช่วงนาทีที่ 30 ก่อนจะมาทำได้อีกครั้งจากเกมสวนกลับนาทีที่ 90+3 ถือว่ากลับมาร่างโหดร่างเดิมอีกครั้ง

อาร์เบ ไลป์ซิก การบ้านข้อใหญ่

เกมนี้ต้องบอกว่า อาร์เบ ไลป์ซิก มีการบ้านข้อใหญ่เลยทีเดียว เกมนี้ทำให้พวกเค้ามองเห็นว่าคุณภาพของทีมพวกเค้าดูจะตามทีมอื่นในกลุ่มหัวตารางอยู่เยอะทีเดียวในแดนกลางจะเห็นเลยว่าหลายจังหวะเป็นได้แค่ลิงวิ่งไล่บอลไปมาแบบไม่จนแต้ม ยิ่งถ้ามาเสีย แวร์เนอร์ ไปอีก น่าจะทำให้คุณภาพเกมรุกของพวกเค้าลดทอนประสิทธิภาพไปเยอะเลย การบ้านเหล่านี้พวกเค้าต้องเร่งหาตัวแทนตั้งแต่ตอนนี้เลย หากไม่อยากโดนทิ้งห่างออกไปอีก

แทงบอล SBOBET แบบ TOTAL CORNER รูปแบบใหม่ที่กำลังมาแรง

การแทงบอลออนไลน์ในเว็บ SBOBET นั้นมีหลายแบบมาก และวันนี้เราก็อยากจะนำเสนอวิธีการแทงอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังฮิตมากนั่นคือ Total Corner หรือที่เรียกว่าการพนันลูกเตะมุมนั่นเอง เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่มีความท้าทายมาก แต่ก็เป็นการเดิมพันที่สร้างกำไรให้ได้ไม่น้อย ซึ่งจะเป็นการทายจำนวนลูกเตะมุมนั่นเอง วันนี้เราก็มีวิธีการแทงบอลออนไลน์แบบ Total Corner มาฝากกันด้วย เล่นยังไงบ้างมาดูกันเลย
วิธีการแทงบอลกับ SBOBETR แบบ Total Corner
Total Corner นั้นเป็นหนึ่งในรูปแบบของแฮนดิแคพจะเล่นแบบทายจำนวนลูกเตะมุมแบบเต็มเวลาโดยจะมีอัตราการต่อรอง ตัวอย่างเช่นราคาต่อ 0.25 เลือกแทงเจ้าบ้าน ซึ่งฝั่งเจ้าบ้านนั้นจะต้องมีจำนวนลูกเตะมุมมากกว่า 1 ถึงจะชนะเดิมพันนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการแทงแบบสูงต่ำด้วย คือการทายจำนวนลูกเตะมุมรวมแบบเต็มเวลาว่าสูงหรือต่อตามอัตราการต่อรองเช่นหากแทงไว้สูง ในราคา 9.25 จะต้องได้ลูกเตะมุมรวมทั้งหมด 10 ครั้งขึ้นไปถึงชนะ แต่ถ้าแทงต่ำจะต้องมีลูกเตะมุมน้อยกว่า 10 เป็นต้น
เมื่อรู้รูปแบบการเดิมพันไปแล้วลองมาดูวิธีการแทงบอลออนไลน์บ้าง สมมติเช่นวางเงินเดิมพันกับ SBOBET ไป 300 บาท ผลออกมาทีมที่เลือกแทงมีลูกเตะมุมมากกว่าอีกทีมที่ไม่ได้แทง ก็จะได้รับเงิน 550 บาทเป็นต้น ซึ่งขั้นตอนนี้นักพนันจะต้องเข้าไปเช็คข้อมูลอีกครั้งว่าถูกต้องหรือไม่ กำไรรวมทุนที่ได้นั้นถูกไหมแล้วค่อยกดวางเดิมพันลูกเตะมุม

แทงบอลลูกเตะมุมกับ SBOBET
การแทงบอลลูกเตะมุมนั้นเป็นการเดิมพันแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมแต่ก็มีหลายท่านที่ยังไม่เคยลองเล่นมาก่อน ฉะนั้นลองมาศึกษาจากข้อมูลในเว็บของเราดูเพราะว่าวิธีการแทงไม่ยากและข้อมูลภายในเว็บนั้นก็เป็นประโยชน์มากทีเดียว นอกจากนี้เรายังมีการแทงบอลอีกหลายประเภทให้เลือกแทง แต่การแทงลูกเตะมุมนั้นค่อนข้างท้าทายและไม่น่าจะยากเกินไปสำหรับนักพนันที่มีประสบการณ์มาพอสมควร

เอฟเวอร์ตัน กับ หกเกมอันตรายของทีม

ความสนุกของพรีเมียร์ลีคอีกอย่างหนึ่งก็คือ การได้เห็นทีมรักต้องเจอซีรีย์เกมโหดๆยากๆเอามาติดกันแบบไม่ตั้งใจ แล้วมาลุ้นว่าทีมของเราจะสามารถผ่านมันไปได้ดีแค่ไหน บางทีมผ่านไปได้ดีก็เตรียมบินสูงเลย ถ้าผลออกมาตรงกันข้ามก็ต้องเจอการเปลี่ยนแปลงแบบช่วยไม่ได้ เอฟเวอร์ตันกำลังเจอสถานการณ์ทดสอบแล้วกับ 6 เกมอันตรายที่ยาก หิน โหดมีเกมไหนบ้าง

บุกเยือนเลสเตอร์ ซิตี้

ปีนี้ม้ามืดของซีซั่นต้องยกให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ขึ้นมาแรงมาก แล้วเอฟเวอร์ตัน ก็ต้องบุกไปเยือนด้วยในเกมต้นเดือนธันวาคม แน่นอนว่าสู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แม้จะเค้นพลังออกมาแล้ว สุดท้ายเจอช็อตนั้นเข้าไปโดนไป 2-1

ดาร์บี้แมตช์ กับลิเวอร์พูล

เกมต่อมายังคงต่อเนื่องกับเกมเยือนที่ยากลำบากคราวนี้บุกเยือน จ่าฝูงลิเวอร์พูล คู่ปรับร่วมเมืองที่ดูจะไม่สูสีเอาเลยช่วงนี้ แม้จะเป็นเกมดาร์บี้แมตช์ที่มีความหมาย แต่พวกเค้าก็เล่นแบบไม่มีความหมายยังไงก็ไม่รู้ สู้ได้เพียงแค่ 30 นาทีแรกเท่านั้นเอง จากนั้นก็เป็นอย่างที่เห็น ลิเวอร์พูล บุกแหลก จนระเบิดไป 5-2 กลับบ้านไปแบบหงอยๆพร้อมส่ง ซิลวา ให้ตกเก้าอี้กุนซือ

เปิดบ้านรับ เชลซี

เกมที่สามกลับมาเป็นเจ้าบ้าน เหมือนจะดี แต่การเจอกับเชลซี ที่กลับฝั่งมาแล้ว บอกเลยว่ายังไงก็ยาก โอกาสที่เชลซีจะพลาดคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆเท่าไรนัก ยิ่ง แทมมี่ กองหน้าตัวเก่งของเชลซีกลับมาด้วย โอกาสรอดไม่น่ายากอยู่ที่ว่าจะโดนเท่าไรเท่านั้นเอง

บุกเยือนโอลด์แทรฟเฟิร์ด

เกมต่อไปเยือนอีกแล้ว คราวนี้บุกเยือน โอลด์แทรฟเฟิร์ด บอกตามตรงเกมนี้เอฟเวอร์ตัน มีโอกาสเก็บแต้มจากผลเสมอได้มากสุด ยิ่งถ้าได้เจ้านายคนใหม่ชื่อ เดวิด มอยส์ ล่ะก็งานนี้มีดราม่า ประเด็นหลังเกมให้พูดถึงอีกมากมายเลยทีเดียว ถ้าเล่นเกมเพรสซิ่งหนัก น่าจะบดผีเด็กหนุ่มไหวอยู่นะ

เปิดบ้านรับเลสเตอร์

เกมต่อไปเป็นเกมลีคคัพ รอบควอเตอร์ไฟนัล เกมนี้หากเอฟเวอร์ตันจะเอาจริงก็ได้ หรือจะผ่อนก็ได้เหมือนกัน แต่เชื่อว่าจะส่งใครมาลง ผลกับเลสเตอร์ก็คงจะไม่ต่าง โดนเลสเตอร์ย้ำชัยไปอีกเกม

เปิดบ้านรับมืออาร์เซนอล

หากในหกเกมนี้จะมีเกมไหนได้ชัยชนะ ก็คงจะเป็นเกมนี้แหละ เปิดบ้านรับอาร์เซนอล ที่กำลังลำบากไม่แพ้กัน ถ้าจะหาจุดเปลี่ยนก็ต้องเอาให้ได้ในเกมนี้แหละ เชื่อว่า เอฟเวอร์ตัน ทำได้

ฤา เทพนิยายจิ้งจอกจะเริ่มต้นอีกครั้ง

จบกันไปแล้วสำหรับครึ่งทางของรอบแรกในการแข่งขันถ้วย UCL รอบแบ่งกลุ่ม แน่นอนว่าตัวเต็ง1 และ 2 ของแต่ละกลุ่มไม่ว่าจะเป็น ยูเวนตุน ดอร์ทมุนด์ รีล มาดริด แอต.มาดริด หรือทีมอื่นต่างเก็บชัยชนะได้อย่างเรียบวุธส่วนอันดับของ1 และ 2 อาจจะยังมองไม่เห็นว่าใครจะได้ไปแต่มีอยู่ทีมหนึ่งที่ต้องบอกว่ามาได้ “เหนือความคาดหมาย” พอสมควรทีเดียว นั่นคือ เลสเตอร์ซิตี้ ที่ตอนแรกผู้เขียนก็คิดว่าคงจะต้องกระเสือกกระสนอยู่พอสมควร ยิ่งเห็นฟอร์มในลีคด้วยแล้วยิ่งน่าเป็นห่วงแต่เอาเข้าจริง กลับไม่เป็นอย่างนั้นแหะ

เลสเตอร์กับ 9 คะแนนเต็ม
หลังจากผ่านครึ่งทางไป เลสเตอร์ ถือว่าทำหน้าที่ตัวแทนในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีคได้อย่างเต็มภาคภูมิ ถึงแม้ว่าพวกเค้าจะเป็นน้องใหม่ในรายการนี้แต่เอาเข้าจริงพวกเค้าไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีทีมอื่นๆในกลุ่มเลย กล้าเล่น กล้าลุย จนตอนนี้
ผ่านไปครึ่งทาง 3 นัด พวกเค้าชนะรวดหมด เก็บได้ 9 คะแนนเต็ม ยืนอยู่ในฐานะแชมป์กลุ่มอย่างเท่ห์ๆ

โปรแกรมเป็นใจให้กับจิ้งจอก
นอกเหนือจากฝีมือ และแท็คติคการเล่นที่ถือว่าแตกต่างจากทีมอื่นในยุโรปจนทำให้ คู่แข่งจับทางได้ยากแล้ว อย่างหนึ่งที่ถือว่า “เข้าทาง” พวกเค้าเลยก็คือ เรื่องของโปรแกรมการแข่งขัน UCL ในครึ่งทางของรอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจาก 3 นัดแรก
พวกเค้าออกไปเยือนเพียงแค่นัดเดียวคือ นัดแรกที่ยกพลไปเอาชนะ คลับบรูซ ที่เบลเยี่ยมไปได้ 0-3 (แถมเป็นทีมที่ดูอ่อนที่สุดในกลุ่มด้วย) นอกจากนั้นอีกสองนัดที่เหลือพวกเค้าทำหน้าที่เฝ้ารังรับการมาเยือนของ ปอร์โต้(เอาชนะไป 1-0) และ
เปิดบ้านรับ โคเปนเฮเกน(เอาชนะไป 1-0) อีกเลยทำให้พวกเค้าได้เปรียบไม่น้อยเลยกับครึ่งแรก

ครึ่งหลัง กับเส้นทางที่เหลือ
หากเราดูจากตารางการแข่งขันตอนนี้ เลสเตอร์มี 9 คะแนน ส่วนที่ 2-3 คือ โคเปนเฮเกน กับ ปอร์โต้ มีทีมละ 4 คะแนน อีก 3 นัดที่เหลือ หากเลสเตอร์ชนะอีกสัก 1 เกม ก็น่าจะเข้ารอบได้เลย แต่หากได้เสมออีกสักเกมจะมี 13 คะแนน น่าจะการันตี
การเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มได้เลย ซึ่งผลดีก็คือพวกเค้าจะหลีกเลี่ยงทีมใหญ่ที่น่าจะเป็นแชมป์กลุ่มอื่นได้ รวมถึงยังได้เป็นเจ้าบ้านในเกมที่สองของรอบน็อคเอาต์ด้วย หากไม่เจอทีมระดับบิ๊กทีมจริงเชื่อว่าเลสเตอร์น่าจะฝ่าไปได้ไม่ยาก ส่วนจะก้าวขึ้น
ไปถึงหยิบถ้วยแชมป์เลยไหม อันนี้เราต้องมาลุ้นกันว่า เหล่าจิ้งจอกสยามจะสร้างเทพนิยายบทใหม่ของพวกเค้าได้หรือเปล่า ถ้าได้นี่เป็นอะไรที่ต้อง “จารึก” ไว้ในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลเลยจริงๆ ยังไงแฟนบอลชาวไทยเชียร์ทีมรักแล้วก็อย่าลืมแบ่ง
ใจมาเชียร์ทีมนี้กันด้วย นะพี่น้อง

แมนซิตี้ ในบทบาท บาร์เซโลน่า

หลังจากที่ได้ดู แมนซิตี้ มาพอสมควรเลยในฤดูกาลนี้ ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า เป๊บ กำลังจะยกระดับแมนซิตี้ขึ้นไปอีกหลายขั้น ส่วนหนึ่งนอกจากแผนการเล่นแล้ว นักเตะที่มีก็มีคุณภาพ และ พัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ จนบางครั้งตอนดูแมนซิตี้เล่นยังเผลอคิดไปว่า พวกเค้าคือ บาร์เซโลน่า อยู่เลย เหมือนกับบทบาทเหล่านี้
เควิน เดอ บรอย์ = ชาบี้ หรือ อิเนียสต้า
คนแรกที่ต้องถือว่าเป็น จุดศูนย์กลางของแดนกลางและทีมอย่างแท้จริง นั่นก็คือ เควิน เดอ บรอย์ ทั้งเรื่องของการเลี้ยงบอลฝ่าคู่แข่ง การวิ่งหาตำแหน่ง การจ่ายบอลสั้นยาว และคิลเลอร์พาส นักเตะคนนี้ทำได้ทุกอย่างจริงๆ ดูไปดูมาเหมือนกับ นักเตะระดับโคตรตำนานอย่าง ชาบี้ หรือ อิเนียสต้า ของบาร์ซาไปซะอย่างนั้น
แซร์คิโอ กุน อเกวโร่ = เมสซี่
หากคนแรกเปรียบได้กับ ชาบี้ หรือ อิเนียสต้าแล้ว คนที่สำคัญของทีมที่คอยทะลุทะลวงฝ่ายตรงข้ามจนต้องปั่นป่วนไม่เป็นกระบวน นั่นก็คือแซร์คิโอ กุน อเกวโร่ ในบทบาทจอมทัพเบอร์ 10 ที่เลี้ยงกินตัว ยิงแถวสองได้มันจริงๆ เห็นแล้วต้องนึกถึงคนบ้านเดียวกันอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ถึงจะไม่ใกล้เคียงแต่ก็ทำได้ดีทีเดียว
จอห์น สโตน = คาร์เลส ปูโยล
คนที่สามถือว่าซื้อตัวเข้ามาได้ถูกตัวจนราคาที่ซื้อมาดูถูกไปเลยนั่นก็คือ จอห์น สโตน กองหลังฟอร์มแกร่งที่ตอนนี้ขึ้นเป็นตัวหลักไปแล้ว เรื่องการป้องกันลูกกลางอากาศไว้ใจได้เลย การเบียดกระแทก ชนกับกองหน้าก็ทำได้ดี แถมยังมีการสอดขึ้นไปทำประตู หรือเปิดเกมจากกลางสนามได้ด้วย ดูเผินๆเหมือน คาร์เลส ปูโยล ปราการหลังของบาร์เซโลน่าได้เลย แต่สโตนอาจจะต้องฝึกประสบการณ์ให้ดีขึ้น แล้วก็เรื่องการสื่อสารที่ยังมีปัญหา

เผยกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดส่งข้อความต้อนรับก่อน ฟูแลม เยือน

“เคลาดิโอ รานิเอรี” กุนซือชาวอิตาเลียนเผยว่านายใหญ่ทัพปีศาจแดงเป็นคนแรกที่ส่งข้อความมาต้อนรับเขากลับสู่พรีเมียร์ลีกเป็นคนแรก หลังเข้ารับงานคุมทีมเจ้าสัวน้อย
โดยกุนซือของฟูแลม เผยว่า โชเซ มูรินโญ กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นคนแรกที่ส่งข้อความยินดีถึงเขาที่ได้กลับมาคุมทีมในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งคู่จะลงดวลกึ๋นกันในวันเสาร์นี้

นายใหญ่วัย 67 คัมแบ็คกลับมาทำงานในลีกอังกฤษกับทัพเจ้าสัวน้อย หลังก่อนหน้านี้เคยผ่านการคุม เชลซี และ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยเขานำทีมหลังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2015/16
“เขาเป็นคนแรกที่ส่งข้อความมาบอกผมว่า ‘ยินดีต้อนรับกลับมานะ’ เขาเป็นเพื่อนที่เป็นมิตรมาก ๆ “ รานิเอรี เผย

“เขาบอกผมว่า ‘ยินดีต้อนรับกลับ ขอให้โชคดีนะ” เราได้พูดคุยกันทุกเรื่อง เราส่งข้อความหากัน บางครั้งเราก็พูดคุยกัน เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก ผมและเขารู้จักกันมานาน
ทั้งตอนเขาย้ายมาคุมเชลซีและตอนเขาอยู่ที่อิตาลี เขาสุภาพกับผมมาก ๆ เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยม เป็นยอดโค้ชและผู้จัดการทีมที่น่าทึ่ง”

โดยกุนซือรุ่นเก๋ารายนี้ได้ถูกแต่งตั้งมาเพื่อกู้วิกฤติฟูแล่ม ซึ่งสถานการณ์ของทีมยังย่ำแย่หลังจมบ๊วยอยู่ก้นตาราง โดยฟูแล่มมีโปรแกรมจะบุกไปไปเยือนแมนฯ ยูไนเต็ดในวันที่ 8 ธันวาคมนี้
โดยสามารรับชมเกมส์การแข่งขันกันได้ เวลา 22.00 น.(ตามเวลาประเทศไทย)

กัตตูโซ หัวเสียสับแหลกลูกทีมใช้โอกาสสิ้นเปลือง

กัตตูโซ


เจนนาโร กัตตูโซ กุนซือรอสโซเนรีออกอาการไม่พอใจกับผลงานของลูกทีมที่ทำทุกอย่างผิดพลาดจนเหมือนมอบโอกาสเข้ารอบน็อคเอาท์ให้คู่แข่ง
โดยเฮดโค้ช เอซี มิลาน แสดงความคิดเห็นถึงผลงานของลูกทีมว่าดีไม่พอสำหรับการเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ของยูโรป้าลีก หลังจากต้องกระเด็นตกรอบเพราะแพ้โอลิมเปียกอส 3-1

ทีมปีศาจแดงดำต้องการเพียงผลเสมอ หรือแพ้ด้วยผลต่างไม่เกิน 1 ประตู เพื่อเข้าสู่รอบต่อไป ทว่ากลับบุกไปพ่ายทีมจากกรีซถึงถิ่น 3-1 ทำให้พวกเขาต้องตกรอบ
เพราะทั้งสองทีมมี 10 คะแนนเท่ากันและเฮด ทู เฮด เท่ากัน ทว่าโอลิมเปียกอสได้เข้ากรอบเพราะประตูได้-เสียดีกว่า

“เราเหมือนมอบเกมนี้ให้พวกเขาเป็นของขวัญ ผมโมโหเพราะเราน่าจะแข็งแกร่งกว่านี้ เมื่อมองจากเหตุการณ์ต่างๆ และโอกาสที่จะได้เข้ารอบ
“เรามีเกมอยู่ในมือ แต่การสร้างโอกาสได้ถึง 8 ครั้งในสนามแห่งนี้ แล้วทุกอย่างกลับพังไปหมดเมื่อมีข้อผิดพลาด เราก็สมควรจะตกรอบแล้ว

“เราแสดงให้เห็นว่ายังดีไม่พอที่จะรักษารูปเกมเอาไว้เมื่อเรามีโอกาส มันก็จริงที่อาจจะถกเถียงกันได้เรื่องคำตัดสินของกรรมการ แต่ถ้าคุณสร้างโอกาสได้ตั้ง 8 ครั้ง
ในบรรยากาศแบบนี้ แต่แล้วพอเจอปัญหาครั้งแรก ก็เริ่มทำผิดพลาดแบบงี่เง่าทันที มันก็เหมาะสมแล้วที่เราจะต้องกลับบ้าน เพราะเราไม่คู่ควรที่จะได้เข้ารอบต่อไป”
กัตตูโซกล่าวทาง Sky Sport Italia หลังจบเกมส์ฏารแข่งขัน