Tag: แทงบอลออนไลน์

รถบัสลายพราง มูรินโญ่ ออกทำการเมื่อคืนนี้

รถบัสลายพราง มูรินโญ่ ออกทำการเมื่อคืนนี้

เกมที่สเปอร์ส ชนะเมื่อคืนนี้ ใครที่ดูสด คงจะบอกได้เพียงแค่อย่างเดียวว่า พี่เค้าเอาอีกแล้ว นั่นก็คือ มูรินโญ่สไตล์ คราวนี้มันแผลงฤทธิ์อีกครั้งหนึ่ง เหมือนเมื่อครั้งที่เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปได้ด้วยสกอร์เดียวกัน 0-2 หลายคนอาจจะเหน็บแนมว่า มูรินโญ่สไตล์มันคือ park the bus หรือ จอดรถบัสเอาไว้ป้องกัน แต่เราจะบอกว่า รถบัสลายพรางมูรินโญ่คันนี้ได้ออกทำการอีกแล้ว มีอะไรบ้าง

ชนะแบบไม่ครองบอล

ฟุตบอลหากเราคิดจะชนะต้องครองบอล เพื่อเข้าไปทำประตูให้ได้ มันคงเป็นเรื่องแปลกที่เราจะบอกว่า ชนะได้แบบไม่ครองบอล แต่มูรินโญ่ ทำให้เราเห็นแล้วเมื่อคืนนี้ สถิติหลังเกมบอกว่าสเปอร์สครองบอลเพียงแค่ 30% เท่านั้น ถือว่าน้อยมากต่อเกม แต่พวกเค้ากลับเอาชนะได้ 2-0 นี่แหละพวกเค้าล่ะ อีกอย่างพวกเค้ามาเล่นเกมรับแบบปล่อยให้อีกฝ่ายครองบอลแล้วทำอะไรไม่ได้เลยเพียงแค่ยิงไกลเท่านั้นเอง ทำแบบนี้พอเวลามันผ่านไปสักนาทีที่ 70 นักเตะจะเริ่มใจแป้วส่งบอลไปมาขาดความเฉียบคมลงเรื่อยๆจนเป็นฝ่ายแพ้ในที่สุด

เกมสวนกลับ

หลายคนดูสเปอร์สเล่นคงเห็นแล้วว่า อาวุธหนักของพวกเค้าในเวลานี้ก็คือ การเล่นเกมสวนกลับ ที่คม เร็ว ไม่ต้องใช้เวลาจังหวะมากนัก เล่นเพียงแค่ไม่เกิน 2 นาที พาบอลไปพื้นที่สุดท้ายแล้วยิงเลย (ได้ประตูหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง) แต่ปรากฏว่าการสวนกลับของพวกเค้า 3 ครั้งในครึ่งแรก เป็นประตูถึง 2 ครั้ง มันคงบ่งบอกถึงคุณภาพการเล่นได้ว่าอยู่ในความยอดเยี่ยมแค่ไหน การสวนกลับคมแบบนี้ทำให้อีกฝ่ายเกิดอาการหงอ ไม่กล้าขึ้นสูง เพราะกลัวจะโดนสวนอีก กลายเป็นอีกหนึ่งอาวุธทางจิตวิทยาที่ข่มเกมรุกของอีกฝ่ายไปในตัวด้วย

ขึ้นนำก่อนแล้วปิดเกม

ปัจจัยของเกมจะไม่เกิดขึ้นเลย หากพวกเค้าไม่สามารถขึ้นนำก่อนได้ในเกมพอสเปอร์สขึ้นนำก่อนนี่บอกเลยว่าจบเกม เราก็รู้ว่า มูรินโญ่ สามารถคอนโทรลเพื่อปิดเกมได้ดีแค่ไหน นั่นแหละเค้าล่ะ

เรือใบเวอร์ชั่น หลังแน่น

เรือใบเวอร์ชั่น หลังแน่น

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วงนี้ต้องบอกว่าใครเป็นสายลงทุน ทีมนี้เป็นอะไรที่อาจจะต้องห่างกันสักพักเลย เพราะว่าตอนนี้สไตล์ของเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากเดิมที่เป็นเรือรบยิงสลุตด้วยปืนกล ปืนใหญ่ ที่ติดตั้งไว้รอบเรือ มาคราวนี้กลายเป็นเรือใบที่เน้นเกมรับ มีโล่ มีอะไรบังอย่างดี เป็นเรือใบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เวอร์ชั่นหลังแน่นแบบที่ไม่ค่อยคุ้นตากันเท่าไรนัก

ความลงตัวของ ดิอาส+สโตน
เป๊ป ในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา เค้าใช้เวลาหาคู่เซนเตอร์แบ็คที่ลงตัวเพื่อแก้ปัญหาที่พลาดไปในซีซั่นก่อน การเซ็น ดิอาส กับ อาเก้ เข้ามาเป็นตัวเลือกถือว่าทำได้ดี แต่กว่าจะหาคู่เซนเตอร์แบ็คที่ลงตัว กลับกลายเป็น ดิอาส มาจับคู่กับ จอห์น สโตน ที่เล่นได้แข็งแกร่งทั้งคู่เลย ยอมรับว่าตอนแรกคิดว่า ดิอาสจะคู่กับ ลาปอร์ต มากกว่า แต่ว่าคู่นี้ชั่วโมงนี้ถือว่าลงตัวเลย การเล่นลูกกลางอากาศก็เด่น การขึ้นเกมจากแดนหลัง จ่ายบอลเท้าสู่เท้า หรือ วางยาวข้ามกองกลางไปให้กองหน้า ก็แม่นพอใช้เหมือนกัน พอคู่นี้แข็งใครจะมาบุกก็ยาก

ครองบอล ครองเกม
มาว่ากันเรื่องแท็คติคกันบ้าง ซีซั่นนี้ เป๊ป ยังเลือกที่จะให้ทีมบุกเหมือนเดิม แต่ว่ากองหน้ามันสากมากก็เลยทำให้การยิงไม่ค่อยมีประตูเท่าไร แต่ว่าการเน้นเกมบุกอย่างเดียว ทำให้พวกเค้าเลือกจะครองบอลเอาไว้ตลอด พอครองบอลก็ครองเกมไว้เบ็ดเสร็จ ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายบุกได้เลย พออีกฝ่ายบุกไม่ได้ ก็แทบจะไม่มีโอกาสยิง หรือ จะยิงก็ต้องยิงมาจากไกลมากซึ่งคงเป็นเรื่องยากที่จะยิงเข้าแบบลูกผีจับยัด

สถิติคลีนชีต
สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันถึงการเน้นเกมรับอย่างมีประสิทธิภาพของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเวลานี้ก็คือ การเก็บคลีนชีตที่ทำไปแล้ว 16 เกม (รวมทุกรายการ) นั่นทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วงนี้น่ากลัวมาก ลองนึกภาพว่าตอนนี้เค้าจัดการเกมรับที่เป็นปัญหาของเดิมได้แล้ว ส่วนเกมรุก หากแก้ไขให้กลับมาอยู่ในจุดใกล้เคียงกับซีซั่นที่แล้วได้ นี่แหละทีมแย่งแชมป์ต

เมสซี่ กับ คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิต

เมสซี่

หากนับตอนที่เขียนบทความนี้อยู่ เชื่อว่าวันพรุ่งนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งวันที่นักข่าวน่าจะวิ่งกันฝุ่นตลบน่าดูเพราะว่าน่าจะเป็นวันแรกที่เมสซี่ ออกมาสยบความลือเรื่องย้ายไปเรียบร้อย น่าจะเข้าประจำการรายงานตัวเพื่อซ้อมและเล่นฟุตบอลต่อไป หวังว่าคงจะไม่มีใครดอดไปสัมภาษณ์อะไรอีกนะ อย่างไรก็ตามซีซั่นนี้ เมสซี่ เค้าจะได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิตของเค้าเองนั่นก็คือ ตัวเค้าเองนั่นแหละ เพราะอะไร
เล่นแบบใจไม่อยากเล่น
นักเตะระดับสูงอย่างนี้ สภาพร่างกายถือว่าสำคัญอย่างมาก แต่เรื่องภายในจิตใจของเค้าก็สำคัญไม่แพ้กัน หากเป็นซีซั่นก่อนๆ เมสซี่ คงลงเล่นในสีเสื้อ บาร์ซา แบบเต็มที่ เต็มใจ เต็มตัวแน่นอน แต่ซีซั่นนี้ เค้าจะลงเล่นแบบครึ่งๆกลางๆ ลงเล่นแบบจิตใจไม่เต็มร้อย ทีนี้การต่อสู้กับตัวเองเรื่องจิตใจที่ไม่เต็มร้อย เค้าจะรีดเค้นศักยภาพได้ดีแค่ไหน (ลองนึกภาพว่า เค้าต้องลงเล่นด้วยสถานการณ์บังคับ มันจะทำออกมาเป็นอย่างไร)
ความกดดันอันมหาศาล
ท่ามกลางความยินดีของแฟนบอลชาวคาตาลันที่เมสซี่ยังอยู่กับทีมต่อไป แต่อีกด้านหนึ่งพวกเค้าก็ยังมีความคาดหวังกับเมสซี่อยู่เหมือนเดิม ทีนี้ความคาดหวังเหล่านั้นมันก็คงจะไหลทับบ่าเมสซี่อีกเหมือนเดิม แถมยังมากกว่าเดิมอีกด้วย เชื่อว่แฟนบอลคงคาดหวังมากกว่าเดิมเพราะว่ามันจะเป็นซีซั่นสุดท้ายของเมสซี่ด้วย ยิ่งคาดหวังว่าจะทำให้ซีซั่นนี้เค้าต้องรีดเร้นศักยภาพออกมาให้ดีที่สุด เมสซี่จะต้องต่อสู้กับความคาดหวังเหล่านี้ด้วยตัวเอง มันจึงเป็นเรื่องที่ยากมากทีเดียว
เมสซี่กับอาการบาดเจ็บ
สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง เชื่อว่าเราทุกคนคงรู้ดี แม้จะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก จนเหมือนมนุษย์ต่างดาวอย่างเมสซี่ก็ต้องมีวันร่วงโรยรา ซีซั่นนี้เจ้าตัวอายุย่างเข้า 34 ปี ต้องยอมรับว่าความปราดเปรียวของเค้าไม่เหมือนเดิม นี่ถ้ามีอาการบาดเจ็บเข้ามาอีก ก็อาจจะทำให้เมสซี่จะต้องต่อสู้กับสังขารของตัวเองให้รอด ก่อนจะไปสู้กับคนอื่น ต้องมาดูว่าจะเป็นยังไง